การเปลี่ยนแปลงของสารทำความเย็นกำลังจะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็น

การเปลี่ยนแปลงของสารทำความเย็นกำลังจะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็น

ชิลเลอร์ ประหยัดพลังงาน
เทคโนโลยีการเก็บพลังงานความเย็น
ตุลาคม 26, 2022
Cooling Tower คูลลิ่งทาวเวอร์ ติดตั้ง
Cooling Tower (คูลลิ่ง ทาวเวอร์) ทำงานอย่างไร
พฤศจิกายน 2, 2022

การเปลี่ยนแปลงของสารทำความเย็นกำลังจะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็น

สารทำความเย็น ชิลเลอร์

“สารทำความเย็น” เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่สำคัญที่ถูกบรรจุอยู่ในระบบการทำความเย็น ในปัจจุบันสารทำความเย็นยอดนิยมที่ใช้ในระบบเป็นประเภท HCFC (Hydrochlorofluorocarbon) และ HFC (Hydrofluorocarbon) เช่น R22 R404a หรือ R134a เป็นต้น

เนื่องจากมีคุณสมบัติ ด้านศักยภาพการทำความเย็น และความปลอดภัยอย่าง ไม่มีเป็นพิษ ไม่ติดไฟ และไม่กัดกร่อนอุปกรณ์ แต่สารทำความเย็นประเภท HFC กำลังจะถูกลดบทบาท เนื่องจากมีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดโลกร้อน หรือ GWP สูง

ตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา ได้มีการแก้ไขคิกาลี (The Kigali Amendment) ที่สืบเนื่องมาจาก The Montreal Protocol หรือพิธีสารมอนทรีออล ที่เรารู้จักกันดี โดยระบุเพิ่มเติมถึงการลดการใช้สาร HFC จนถึงปี 2047 โดยกำหนดให้มีการใช้สารทำความเย็นนี้ลดลงตั้งแต่ 80 ถึง 85% โดยการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคสมัย และอนาคตใหม่นี้ จะต้องส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม และวงการเครื่องทำความเย็น ปรับอากาศ ทั้งในกรณีของผู้ผลิตเครื่องทำความเย็น สารทำความเย็น ไปจนถึง User หรือผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Chiller หรือระบบทำความเย็นอื่นๆ

ที่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ต่างๆ ในทางของกฏหมาย ไปจนถึงเงื่อนไขการใช้งาน ทั้งด้านของการทำงานที่ความดันและอุณหภูมิที่ต้องการ ประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน รวมไปถึงทางด้านของความปลอดภัย

ดังนั้นการเลือกสารทำความเย็นที่เน้นไปในเรื่องของความยั้งยืนของอนาคต เลยเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะผู้ผลิตเครื่องทำความเย็น ที่มีแนวโน้มปรับตัวเข้าหาสารทำความเย็นรุ่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าหรือเทียบเท่า ประหยัดพลังงาน รวมไปถึงทางด้านสิ่งแวดล้อม (GWP ต่ำ)

สารทำความเย็น HFCs ใน Chillers

สารทำความเย็น ชิลเลอร์

หลาย อุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ที่มีการใช้งานเครื่องปรับอากาศจำนวนมาก มักใช้งานเครื่องทำความเย็น หรือ Chiller (ชิลเลอร์) ที่เป็นการทำความเย็นแบบศูนย์รวม ช่วยกระจายความเย็นไปยังจุดที่ต้องการ

สารทำความเย็นประเภท HFC ที่ใช้ในงาน ชิลเลอร์ ปัจจุบัน เหมาะสมกับการใช้งานที่สุดในแง่ของความปลอดภัย ด้วยระดับความเป็นพิษและความสามารถในการติดไฟ ASHRAE จัดอยู่ในประเภท A1 (ไม่เป็นพิษและไม่ติดไฟ)

ส่วนปัจจุบันในประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรป หรือฝั่งเอเชียอย่างญี่ปุ่น เริ่มมีการจำกัดค่า GWP ของสารทำความเย็นอยู่ที่ไม่เกิน 750 ซึ่งแตกต่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน ที่มีการใช้สารทำความเย็น R-410A และ R-134a กันอย่างแพร่หลาย (GWP 2090 และ 1430 ตามลำดับ)

ตัวอย่างบางส่วนของสารทำความเย็นประเภท A2L ที่สามารถทดแทนสารทำความเย็น GWP สูงที่มีอยู่ ได้แก่ :

• R-32
• R-454B
• R-452B
• R-454A
• R-454C
• R-457A เป็นต้น

แม้สารทำความเย็นทดแทนรุ่นใหม่จะมีประสิทธิภาพลดค่า GWP ได้ถึง 90% แต่สิ่งที่ผู้ใช้ยังมีความกังวลใจ คือสารทำความเย็นทดแทน มีระดับความปลอดภัยอยู่ในระดับ A2L (หรือติดไฟได้เล็กน้อย) จึงจำเป็นต้องมีการฝึกอบรมในเรื่องความปลอดภัย และข้อควรระวังในการติดตั้ง จัดการ และใช้งาน

การเลิกใช้นี้จะส่งผลต่อผู้ผลิต และอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นอย่างไร ?

การเลิกใช้สารทำความเย็น GWP สูงจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ผลิต (OEM : Original Equipment Manufacturing) โดยเฉพาะผู้ผลิตเครื่องทำความเย็นแบบครบวงตร เนื่องจากการออกแบบเบื้องต้นและการพัฒนาเครื่องทำความเย็น มีปัจจัยสำคัญคือคุณสมบัติของสารทำความเย็น และการเข้ากันได้

การเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็น GWP ต่ำ อาจจะต้องทำให้ผู้ผลิตต้องออกแบบเครื่องทำความเย็นใหม่ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาด น้ำหนัก ต้นทุน และประสิทธิภาพ ตลอดจนผลกระทบวงกว้างไปถึงผู้ใช้งาน หรือเจ้าของธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่อาจจะต้องเปลี่ยน หรือปรับปรุงระบบทำความเย็นที่มีอยู่ โดยคำนึงถึงการใช้งานระยะยาวในอนาคต ศึกษาอบรมองค์ความรู้ใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และกฎระเบียบอื่นๆ เป็นต้น

ทั้งในด้านของผู้ผลิต และผู้ใช้งาน การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ถือว่าเป็น “งานใหญ่” สำหรับทั้ง 2 ฝ่ายเลยครับ

สิ่งที่คาดหวัง และแนวทางในการเปลี่ยนแปลง

กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทย จะมีการเริ่มควบคุมปริมาณการใช้สารทำความเย็น HFC ในปี 2024 และลดการใช้เหลือเพียง 20% ในปี 2045 หรืออีก 23 ปีข้างหน้า

ในปัจจุบันเรามีการกำหนดเลิกใช้สาร HCFCs (ไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน) อย่าง R22 โดยมีมาตราการด้านกฎหมาย และข้อบังคับใช้จากกรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม ในการห้ามใช้ R22 เป็นสารทำความเย็น ในการผลิตเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดทำความเย็น ต่ำกว่า 50,000 BTU เพื่อใช้ในประเทศ ยกเว้นการผลิตเพื่อส่งออก

และห้ามนำเข้า เครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็น R22 ที่มีขนาดทำความเย็นต่ำกว่า 50,000 BTU แต่ขนาดใหญ่กว่า 50,000 BTU ยังสามารถนำเข้าได้

การใช้สารทำความเย็นทดแทนนั้น ต้องเริ่มจากต้นน้ำอย่างผู้ออกแบบระบบ และเครื่องทำความเย็น ควรพัฒนาข้อมูลเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้อุปกรณ์ทราบถึงประโยชน์ของการติดตั้งที่เหมาะสม เช่นการลดต้นทุนไฟฟ้า ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม อายุอุปกรณ์ที่ยาวนานขึ้น ไปจนถึงส่วนขององค์กรภาครัฐ และเอกชนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรให้ความรู้ ความเข้าใจในการใช้สารทำความเย็นทดแทนในอนาคตอย่างถูกต้อง

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องใช้ทั้งเวลา และความรู้ความเข้าใจของทุกภาคฝ่าย เพราะหากเราทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ นอกจากจะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมแล้ว ยังสามารถประหยัดพลังงาน ต้นทุน ของผู้ประกอบการ ได้อีกด้วย

สุดท้ายนี้ นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสารทำความเย็นแล้ว ผู้ใช้งานยังคงต้องบำรุงรักษาเครื่องทำความเย็นอย่างสม่ำเสมอ และมีการจัดการ เปลี่ยนถ่ายสารทำความเย็น แทนการถ่ายออกสู่ชั้นบรรยากาศอย่างถูกต้องอีกด้วยครับ

𝗔𝗖𝗧 𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆 เรายินดีให้คำปรึกษา ออกแบบ ผลิตและติดตั้ง ชิลเลอร์ให้ตรงตามความต้องการของคุณมากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็น ชิลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water cooled chillers) ชิลเลอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air cooled chillers) คุณภาพสูงสำหรับทุกอุตสาหกรรม รวมถึงเครื่องส่งลมเย็น FCU, AHU หลายประเภท ไปจนถึงการบริการแบบครบวงจรรวมถึง การออกแบบ ติดตั้ง และ วางระบบงานชิลเลอร์ และ ระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ ทุกอุตสาหกรรม ทุกธุรกิจ

𝗔𝗖𝗧 𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆 𝗹 𝗪𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗰𝘁𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝗯𝗲 𝗮 𝗽𝗿𝗼𝗳𝗲𝘀𝘀𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗹𝗲𝗮𝗱𝗲𝗿 𝗶𝗻 𝗱𝗲𝘀𝗶𝗴𝗻𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗻𝗱 𝘀𝗲𝗿𝘃𝗶𝗰𝗶𝗻𝗴 𝗰𝗼𝗼𝗹𝗶𝗻𝗴 𝘀𝘆𝘀𝘁𝗲𝗺𝘀

Line id : @advancecool
Email : info@advance-cool.com