การปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) ด้วยระบบ HVAC - Advance Cool

การปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) ด้วยระบบ HVAC

คุณภาพอากาศในอาคาร HVAC
มาตรฐานชี้วัด “คุณภาพอากาศภายในอาคาร” IAQ
มกราคม 31, 2024
IAQ HVAC System

IAQ หรือ คุณภาพอากาศภายในอาคาร เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตหรือการทำงานที่ดีต่อสุขภาพและสะดวกสบาย รวมถึงด้านการผลิต

ปัจจุบันมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหามลภาวะ และโรคติดต่อทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้น จากข้อมูลของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (EPA) ระดับของมลพิษทางอากาศในอาคารอาจสูงกว่าระดับกลางแจ้ง 2-5 เท่า ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงความสำคัญของ IAQ และดำเนินการเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมภายในอาคารให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก


IAQ HVAC System

จากบทความที่แล้วเราได้กล่าวถึง องค์ประกอบ และดัชนีที่นิยมใช้ในการพิจารณาในการจัดอันดับ IAQ อย่าง ดัชนีคุณภาพอากาศ ค่าฝุ่นละออง ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ ความชื้น สิ่งเหล่านี้สามารถควบคุมได้ด้วย ระบบ HVAC หรือระบบปรับอากาศที่จะช่วยจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารผ่านกลไกต่างๆ ได้ดังนี้

• ไส้กรองอากาศ หรือ ฟิลเตอร์ (Air Filters) :
การอัพเกรดฟิลเตอร์ในระบบ HVAC สามารถเพิ่มคุณภาพอากาศภายในอาคารได้อย่างสูง การใช้แผ่นกรองอนุภาคอากาศประสิทธิภาพสูง (HEPA) จะมีความสามารถในการดักจับและกำจัดอนุภาคในอากาศได้เกือบ 99.97% รวมถึงฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ เชื้อรา ไวรัส และ แบคทีเรีย การลงทุนกับแผ่นกรอง HEPA ช่วยให้มั่นใจว่าอากาศสะอาดจะหมุนเวียนไปทั่วพื้นที่ตัวอาคาร

อ่านบทความ “MERV มาตรฐานสากลสำหรับแผ่นกรองอากาศ”

• ติดตั้ง UV Germicidal Lamps
หลอด UV ฆ่าเชื้อโรค จะช่วยป้องกันสิ่งปนเปื้อนทางชีวภาพ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ได้ด้วยแสงอัลตราไวโอเลต ที่มีความสามารถในการยับยั้งจุลินทรีย์ และป้องกันไม่ให้แพร่กระจายไปในอากาศ การติดตั้งหลอด UV ฆ่าเชื้อโรคเข้ากับระบบ HVAC จะสาารถช่วยปรับปรุง IAQ ได้เป็นอย่างดี และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อทางเดินอากาศ และภูมิแพ้ที่เกิดจากเชื้อโรคแก่ผู้อาศัยในอาคารได้

• เครื่องจัดการระดับความชื้น (Humidifiers and Dehumidifiers)
ความชื้นในอาคาร เป็นสาเหตุการก่อปัญหาสำคัญต่อ ผู้อยู่อาศัย โครงสร้างของอาคาร ค่าความชื้นสัมพันธ์ที่สูงยังนำไปสู่การลดคุณภาพอากาศ (IAQ) ของอาคารได้อีกด้วย

ความชื้นที่สูงอาจทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อราและ การแพร่กระจายของสารก่อภูมิแพ้ ในขณะที่ความชื้นต่ำอาจทำให้อากาศแห้ง หายใจไม่สะดวก และยังเพิ่มความไวต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ การติดตั้งเครื่องทำความชื้น หรือ เครื่องลดความชื้นในส่วนหนึ่งของระบบ HVAC จะช่วยให้สามารถควบคุมระดับความชื้นภายในอาคารได้ดีขึ้น

• ใช้ Energy Recovery Ventilators (ERVs)
ERV คือ เครื่องแลกเปลี่ยนอากาศ ซึ่งเป็นการทำให้อากาศในห้องเกิดการหมุนเวียน โดยการเอาอากาศภายนอก หรือ อากาศบริสุทธิ์มาเติม โดยเป็นการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่

จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาคของคุณภาพอากาศในอาคารโดยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศบริสุทธิ์ภายในพื้นที่ กล่าวคือ ERV จะช่วยกำจัดอากาศเสียภายในอาคาร พร้อมกับนำอากาศบริสุทธิ์ภายนอกอาคารเข้ามาหมุนเวียนไปพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำพลังงานกลับคืนมาจากอากาศที่ถูกขับออก และยังช่วยปรับสภาพอากาศที่เข้ามาล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดภาระการใช้พลังงานโดยรวมในระบบ HVAC ซึ่งสำคัญต่อการระบายอากาศเป็นอย่างยิ่ง

• ใช้ Air Purifier หรือการฟอกอากาศ
เครื่องฟอกอากาศเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยขจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากอากาศเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงมักใช้ตัวกรอง HEPA เพื่อดักจับอนุภาค เช่น ฝุ่นและเชื้อโรค (แบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส) ได้

• ใช้ ระบบ HVAC อัจฉริยะ
เทคโนโลยี HVAC ในปัจจุบันสามารถปรับปรุงการจัดการ IAQ ได้อย่างดี เช่นการตั้งโปรแกรม ระบบ HVAC อัจฉริยะเพื่อปรับอัตราการระบายอากาศ อุณหภูมิ และระดับความชื้นตามจำนวนผู้เข้าพัก คุณภาพอากาศภายนอก และพารามิเตอร์อื่นๆ

อุปกรณ์ช่วยควบคุมและรักษาสภาพอากาศภายในอาคาร

ERVAHU

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อดีของการปรับปรุงระบบ HVAC
• สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น :
การปรับปรุงระบบ HVAC ในอาคารของคุณให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม จะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

• ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น :
เช่น การติดตั้งเครื่อง ERV และ ฟิลเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบของคุณได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดการใช้พลังงาน และลดค่าสาธารณูปโภค

• การจัดการระบบ HVAC ที่ดียิ่งขึ้น :
การปรับปรุงระบบ HVAC โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นจะช่วยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้อย่างแม่นยำ การแจ้งเตือนในเหตุผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบ HVAC ไปจนถึงการบันทึก และติดตามประสิทธิภาพ และการใช้งาน เพื่อประเมินการใช้พลังงาน หรือการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ได้

• การเพิ่มคุณภาพของผลผลิต :
อากาศที่สะอาด และ มีคุณภาพ นั้นเชื่อมโยงกับการทำงานของบุคลากรในอุตสาหกรรม หรือองค์กร ช่วยเพิ่มการรับรู้ที่ดีขึ้น ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และสุขภาพกาย-จิตโดยรวมดีขึ้นอย่างมาก

• ประหยัดต้นทุนในระยะยาว :
ด้วยการลงทุนในการอัพเกรด ระบบ HVAC สามารถป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับ IAQ ที่ไม่ดี ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการซ่อมแซมที่มีค่าใช้จ่ายสูงหรือผลกระทบอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด เช่น เรื่องสุขภาพ อย่างระบบทางเดินหายใจ

ระบบ HVAC จะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ครอบคลุม ปัจจัยอื่นๆ เช่น การรักษาพื้นที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ทำงานที่สะอาด การลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยมลพิษให้เหลือน้อยที่สุด และการส่งเสริมแนวทางการระบายอากาศที่ดี ก็มีส่วนช่วยให้สภาพแวดล้อมภายในอาคารมีสุขภาพดีขึ้นเช่นกัน การตรวจสอบ IAQ อย่างสม่ำเสมอและการปรับระบบ HVAC ให้เหมาะสมเป็นส่วนสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากนี้ การบำรุงรักษาระบบ HVAC เป็นประจำจะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น การทำความสะอาดและการเปลี่ยนตัวกรอง การตรวจสอบการเจริญเติบโตของเชื้อราหรือจุลินทรีย์ในระบบ และตรวจสอบส่วนประกอบการระบายอากาศ อีกทั้งยังต้องช่วยกันควบคุมแหล่งที่มาของสิ่งปนเปื้อนต่างๆ กำจัดหรือลดการปล่อยมลพิษจากแหล่งภายในอาคารเป็นต้น

โซลูชันต่างๆ เช่น ที่เราแนะนำไปอย่างเครื่องลดความชื้น, เครื่อง ERV, ตัวกรองอากาศคุณภาพสูง และเครื่องฟอกอากาศ ตัวช่วยเหล่านี้จะทำงานร่วมกับระบบ HVAC เพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคารได้เป็นอย่างดี

𝗔𝗖𝗧 : 𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆 เราสามารถช่วยคุณปรับแต่งโซลูชันตามการออกแบบ ตำแหน่งที่ตั้ง และการใช้งานของอาคาร ตามความต้องการของคุณ
เรามีทีมวิศวกรเฉพาะทางทางด้านปรับอากาศที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมให้คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการในทุกธุรกิจ ตอบสนองได้ทั้งความต้องการ และงบประมาณของคุณ
Line id : @advancecool
Email : info@advance-cool.com