Chiller ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - Advance Cool

Chiller ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริการติดตั้งระบบ HVAC
ปัจจัยและข้อพิจารณาในการเลือกบริการ ติดตั้งระบบ HVAC
มิถุนายน 1, 2023
วิธีดูแลรักษาระบบปรับอากาศ Ductless
มกราคม 3, 2024

Chiller ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

environment friendly chillers

Chiller (ชิลเลอร์) หรือเครื่องทำความเย็น มีประโยชน์ใช้สอยในเพื่อขจัดความร้อนออกจากภาระของกระบวนการ และถ่ายเทความร้อนสู่สิ่งแวดล้อม ใช้ในการลดอุณหภูมิของอุปกรณ์และกระบวนการทุกชนิด เช่น เครื่องจักร เซมิคอนดักเตอร์ เครื่องฉีดและเครื่องเป่า อุปกรณ์การเชื่อม การหล่อขึ้นรูป การทำเครื่องจักร, พาวเวอร์ซัพพลาย, การผลิตไฟฟ้า, ระบบอัดอากาศและระบายความร้อน, เครื่องมือทางการแพทย์, เคมี, ยา, การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ ที่ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิตของมนุษย์ และทุกอุตสาหกรรม ให้เย็นลงในระดับที่ต้องการ
environment friendly chillers

• ประเภทของชิลเลอร์
ชิลเลอร์ประเภทต่างๆ ของ HVAC (การระบายความร้อนและการปรับอากาศ)

1. ชิลเลอร์แบบดูดซึม (𝗔𝗯𝘀𝗼𝗿𝗽𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗰𝗵𝗶𝗹𝗹𝗲𝗿𝘀)
2. เครื่องทำความเย็นแบบอัดไอ (𝗩𝗮𝗽𝗼𝘂𝗿 𝗖𝗼𝗺𝗽𝗿𝗲𝘀𝘀𝗶𝗼𝗻 𝗖𝗵𝗶𝗹𝗹𝗲𝗿𝘀)

อ่านบทความประเภทของ 𝗖𝗵𝗶𝗹𝗹𝗲𝗿 อย่างละเอียดได้ที่ “ประเภทของชิลเลอร์และการใช้งาน”

ตอนที่ 1
ตอนที่ 2

เครื่องทำความเย็นแบบดูดซึม เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องทำความเย็นแบบอัดไอ มีข้อเสียบางประการ เช่น เวลาตอบสนองที่ต่ำกว่า ต้นทุนที่สูงกว่า และค่าสัมประสิทธิ์ประสิทธิภาพ (COP) ที่น้อยกว่า แต่มีข้อดีของระบบดูดซึมคือสามารถใช้แบบบูรณาการในระบบพลังงานร่วม และยังสามารถทำงานทางอ้อมโดยการให้น้ำร้อน ในช่วงอุณหภูมิ 70 – 95°C โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์

ส่วนชิลเลอร์แบบอัดไอถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในการทำให้น้ำหล่อเย็น หรือสารหล่อเย็นสำรองสำหรับเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ทั้งในด้านการค้าและอุตสาหกรรม ค่าสัมประสิทธิ์ประสิทธิภาพ (COP) สำหรับชิลเลอร์จะถูกกำหนดให้เป็นอัตราส่วนของความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องระเหย (evaporator) ต่อกำลังไฟฟ้าเข้าของคอมเพรสเซอร์

• ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสารทำความเย็น

ระบบทำความเย็นแบบอัดไอ (VCR) ใช้สารทำความเย็นที่แตกต่างกันเป็นสารทำงานเพื่อส่งผลการทำความเย็นตามความต้องการ สารทำความเย็นหลายตัวอย่างสารทำความเย็น HCFC เป็นภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลานาน

พารามิเตอร์สำคัญสองตัวของสารทำความเย็น ที่ใช้ในการวัดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ศักยภาพการทำลายโอโซน (ODP) และศักยภาพในการทำให้โลกร้อน (GWP) โดยมีการลงนามโปรโตคอลและข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนต่างๆ เพื่อลดผลกระทบที่เป็นอันตรายของสารทำความเย็นต่อสิ่งแวดล้อม

เริ่มจากปี 1987 The Montreal Protocol หรือพิธีสารมอนทรีออล ว่าด้วยการจำกัดการใช้สารทำความเย็น CFC (R11, R12) และในพิธีสารเกียวโต (The Kyoto Protocol) ในปี 1994 ได้รับการลงนามเพื่อตรวจสอบ CO2 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปัญหาเกี่ยวกับสารทำความเย็น HFC ที่มีค่า GWP สูง และมีความตั้งใจเปลี่ยนจากสารทำความเย็น HFC ไปใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำ

ในปี 2015 ได้มีการจัดประชุม United Nations Climate Change Conference (COP21) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส วัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้คือการบรรลุข้อตกลงสากลด้านสภาพอากาศจากทุกประเทศทั่วโลก โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาภาวะโลกร้อนให้ต่ำกว่า 2 ºC ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2559 ที่ 174 ประเทศได้ลงนามในข้อตกลงและเริ่มนำไปใช้

รวมถึงการประชุมภาคีคู่สัญญาครั้งที่ 28 (MOP 28) The Montreal Protocol หรือพิธีสารมอนทรีออล ซึ่งจัดขึ้นที่คิกาลี (Kigali) ประเทศรวันดา ได้มีการรับรองการแก้ไข The Kigali Amendment ที่มีวาระสำคัญเกี่ยวกับสารทำความเย็น HFC เป็นเป้าหมายต่อไปในการลดและกำหนดเป้าหมายการเลิกใช้สำหรับทั้งประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้ว มีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2019

ทำให้เกิดการตื่นตัวในทั้งผู้ผลิตสารทำความเย็น อุปกรณ์คอมเพรสเซอร์ ฯลฯ หลากหลายแบรนด์ ที่ได้ยินดีเข้าร่วมต่อข้อตกลงคิกาลีสำหรับการลดระดับ HFC เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกในอนาคต ทำให้สารทำความเย็นที่มี GDP ต่ำและไม่มี ODP เป็นที่ต้องการของตลาดชั่วโมงนี้ ถึงอนาคต

• สารทำความเย็น GWP ต่ำสำหรับชิลเลอร์

แรกเริ่มสารทำความเย็น เช่น CFCs และ HCFCs อย่าง R11, R12, R22 และ R502 ได้ทำลายชั้นโอโซนเป็นเวลาหลายปี ส่งผลให้เกิดภาวะเรือนกระจกต่อสภาพอากาศ ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องจึงมีความพยายามในการค้นหาสารทำความเย็นทางเลือกเพื่อทดแทนสารทำความเย็น GWP สูงที่มีอยู่ในปัจจุบัน สารทำความเย็น HFO อย่าง R1234yf และ R1234ze ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสารทำความเย็นทางเลือกสำหรับ R134a (GWP =1430) โดยสารทำความเย็นทางเลือก R1234ze และ R1234yf มีค่า ODP เป็นศูนย์และมีค่า GWP ที่ 6 และ 4 ตามลำดับ โดยติดไฟได้น้อยในระดับ A2L และมีค่า COP ที่มากขึ้น

แม้ว่าสารทำความเย็นทางเลือก เช่น R1234yf และ R1234ze ซึ่งอยู่ในตระกูลสารทำความเย็นไฮโดรโอเลฟินส์จะมีข้อเสียในการติดไฟเล็กน้อย แต่ควรดำเนินการตามขั้นตอน และมาตรการที่ปลอดภัยในการติดตั้ง และเปลี่ยนแปลงระบบที่มีอยู่ เพื่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายน้อยกว่ามากในแง่ของ ODP และ GWP นอกเหนือจากสารทำความเย็นที่กล่าวไป ยังมีสารทำความเย็นประเภท HFO ที่เหมาะกับการใช้งานด้าน HVAC และเหมาะกับ Chiller อย่าง R513A, R514A, R454B, R452B ที่ถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้งานในอนาคตอันใกล้

สรุป
ทางเลือกที่เพิ่มขึ้นมาในอนาคตจะถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับสากล และความรับผิดชอบต่อโลกที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกท่าน มีส่วนร่วมเชิงรุกในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสารทำความเย็นด้วยกันได้

สำหรับเรา ตัวแทนในฐานะของผู้ออก ติดตั้งแบบระบบทำความเย็น และปรับอากาศ ควรอัปเดทข้อมูลเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้อุปกรณ์ทราบถึงประโยชน์ของการติดตั้งที่เหมาะสม เช่นการลดต้นทุนไฟฟ้า ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม อายุอุปกรณ์ที่ยาวนานขึ้น และบอกถึงการบำรุงรักษาอุปกรณ์ทำความเย็นที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ

𝗔𝗖𝗧 : 𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆 เราทำงานร่วมกับธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมต่างๆ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ HVAC ระบบปรับอากาศ ทั้งการออกแบบ ติดตั้ง รวมถึงการอัพเกรด และบำรุงรักษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์มากกว่า 30 ปีทั้งในและต่างประเทศ

Line id : @advancecool
Email : info@advance-cool.com