Big 4 Players ใครกำลังครองพื้นที่ห้องเย็น
ตลาดห้องเย็นเดือด 4 กลุ่มธุรกิจแข่งกันรุกพื้นที่
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่โครงสร้างพื้นฐาน "ห้องเย็น" มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ไม่ใช่แค่เพียงการเก็บรักษาสินค้า แต่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและต้องการการควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ
ตั้งแต่ปี 2565–2567 ตลาดห้องเย็นในไทยได้เติบโตอย่างร้อนแรง ด้วยมูลค่าตลาดโลจิสติกส์ห้องเย็นที่คาดว่าจะแตะ 1.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และจะเติบโตเฉลี่ยปีละ ~8% ต่อเนื่องถึงปี 2030
การเติบโตนี้มีแรงขับเคลื่อนหลักจาก 4 กลุ่มธุรกิจใหญ่ ที่ต่างต้องการขยายขีดความสามารถของตนเอง โดยแต่ละกลุ่มมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องด้วยแรงหนุนจากชนชั้นกลางที่ขยายตัวและความเป็นเมืองที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน บทบาทศูนย์กลางทางการแพทย์ ของไทยก็ผลักดันความต้องการโซ่ความเย็นในภาคเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด และนี่คือการเจาะลึกถึงความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละกลุ่ม
1. Seafood (อาหารทะเล)
กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลยังคงเป็นผู้ใช้บริการห้องเย็นรายใหญ่ที่สุดมาโดยตลอด ด้วยความจำเป็นในการคงความสดใหม่ตั้งแต่การจับ การแปรรูป ไปจนถึงการจัดจำหน่าย ตลาดนี้ยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางวิกฤต โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดใหญ่อย่างจีนและญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐฯ ที่มีการนำเข้ากุ้งสด/แช่เย็น/แช่แข็งจากไทยเพิ่มมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา หรือ ทูน่ากระป๋อง ที่ EIC ประเมินว่ามูลค่าส่งออกปี 2565 จะเพิ่มขึ้น ~9%
ความท้าทาย (Pain Points)
• มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ด้านการทำประมงอย่างยั่งยืน และ การใช้แรงงานอย่างเป็นธรรม
• ต้นทุนพลังงานสำหรับระบบทำความเย็นที่สูงขึ้น
• การแข่งขันจาก โปรตีนทางเลือก (plant-based seafood)
ห้องเย็นสำหรับธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง
ฮับหลัก
• อ่าวไทย : สมุทรสาคร (มหาชัย), สมุทรปราการ, ชลบุรี–ระยอง
• อันดามัน : ภูเก็ต–พังงา, ระนอง
• ใต้ล่าง : หาดใหญ่–สงขลา
การลงทุน สร้างห้องเย็น ที่ตอบโจทย์ :
• เน้นการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว (Blast Freezing) ที่อุณหภูมิต่ำมาก (-20°C ถึง -30°C)
• ติดตั้งเครื่องทำความเย็นแบบ High-capacity refrigeration units เพื่อลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว
• ใช้ฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น PU Foam ความหนาพิเศษ
• ใช้วัสดุที่ทนทานต่อความชื้นและการกัดกร่อนจากน้ำเกลือ
• ติดตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิแบบอัตโนมัติที่ปรับการทำงานได้ตามปริมาณสินค้า
• ใช้ระบบทำความเย็นแบบ Cascade เพื่อลดการใช้พลังงานโดยรวม
• ระบบ WMS รองรับการจัดการแบบ FEFO/FIFO เพื่อลดการสูญเสีย
KPI : OTIF %, Shrink %, Temp excursion, kWh/พาเลต
2. Fresh Product (ผักและผลไม้)
ตลาดผักและผลไม้สดกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากกระแสรักสุขภาพ โดยมี "ผลไม้ไทย" เป็นสินค้าดาวเด่นที่สามารถสร้างมูลค่าการส่งออกมหาศาล โดยเฉพาะในตลาดจีน มูลค่าห้องเย็นสำหรับผลไม้สดของไทยเติบโตขึ้นถึง 49% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมี ทุเรียนสด เป็นสินค้าเรือธงที่ผลักดันมูลค่าการส่งออกไปยังจีนพุ่งสูงขึ้นเกือบ 4 เท่าในระยะเวล่า 6 ปี เช่นเดียวผลไม้สดอื่นๆ อย่างมังคุดและลำไยที่ความต้องการส่งออกสูงขึ้น
อนาคต การใช้ห้องเย็นในภาคผักผลไม้มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากความตกลงการค้าเสรีใหม่ๆ เช่น RCEP ที่จะช่วยลดภาษีและเพิ่มความสะดวกในการค้าขายกับประเทศคู่ค้า และ อีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มส่งอาหารสด ก็กำลังเปลี่ยนโฉมช่องทางจำหน่ายผลไม้ภายในประเทศ
ความท้าทาย (Pain Points)
• การขนส่งข้ามแดนที่ล่าช้า ทำให้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินค้า
• การขาดแคลนห้องเย็นใกล้แหล่งเพาะปลูก ทำให้เกิดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว เนื่องจากเกษตรกรจำนวนมากยังเข้าถึงบริการห้องเย็นได้จำกัด
ห้องเย็นสำหรับผัก ผลไม้สด
ฮับหลัก
• ภาคตะวันออก (ผลไม้) : จันทบุรี–ตราด–ระยอง
• ภาคเหนือ (ผัก–ผลไม้) : เชียงใหม่–เชียงราย–ลำพูน
• โกดังกระจายกลาง : นครปฐม–ราชบุรี–สระบุรี
• ชายแดนส่งออกจีน : เชียงของ–หนองคาย–มุกดาหาร
การลงทุน สร้างห้องเย็น ที่ตอบโจทย์ :
• เน้นการควบคุมอุณหภูมิ (2°C ถึง 8°C) ความชื้นสัมพัทธ์ และปริมาณก๊าซเอทิลีนในอากาศ
• ห้อง Pre-cool และห้อง Ripening เพื่อควบคุมเอทิลีน
• ใช้เครื่องทำความเย็นที่สามารถควบคุมความชื้นได้อย่างแม่นยำ (Humidifiers/Dehumidifiers)
• ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องกำจัดก๊าซเอทิลีน (ป้องกันการสุก)
• ออกแบบให้มีชั้นวางที่เหมาะสมกับการวางพาเลท เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
• ใช้ระบบ Inverter ปรับการทำงานตามภาระงาน ช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาว
• ติดตั้งม่านอากาศ (Air curtains) ลดการสูญเสียความเย็น เมื่อเปิดประตู
KPI : Spoilage/Shrink %, Pre-cool lead time, FEFO accuracy, Temp excursion
3. RTE (Ready-to-Eat)
วิถีชีวิตที่เร่งรีบทำให้ความต้องการอาหารพร้อมทาน (RTE) เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ตั้งแต่ของคาวไปจนถึงของหวาน ห้องเย็นจำเป็น มาตรฐาน เพื่อรักษาความปลอดภัยและคุณภาพ รวมถึงระบบจัดการที่รองรับปริมาณสินค้าที่หมุนเวียนอย่างรวดเร็ว
การเติบโตของ RTE มีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาทในปี 2564 สถิติจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่ามีการจดทะเบียนธุรกิจอาหารแช่แข็งใหม่เพิ่มขึ้นถึง 84% สะท้อนถึงโอกาสที่เปิดกว้าง และมีแนวโน้มเติบโตเรื่อยๆ ตามพฤติกรรมผู้บริโภค
ความท้าทาย (Pain Points)
การแข่งขันด้านราคาที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงความท้าทายในการรักษาคุณภาพและรสชาติของอาหารหลังการแช่แข็ง ซึ่งจำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง Blast freezing และห้องเย็นที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิสม่ำเสมอ ทำให้ธุรกิจรายกลาง-เล็กอาจประสบปัญหาต้นทุนที่สูง
ห้องเย็นสำหรับอาหารพร้อมทาน (RTE)
ฮับหลัก
• ปริมณฑล : สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, ปทุมธานี
• EEC : ชลบุรี–ระยอง (ใกล้ท่าเรือ/นิคม)
• โซนอุตสาหกรรม : อยุธยา, โคราช
การลงทุน สร้างห้องเย็น ที่ตอบโจทย์ :
• ความต้องการเฉพาะ รวมถึงการจัดเก็บที่อุณหภูมิแช่เย็น (0°C ถึง 4°C) เพื่อรักษาความปลอดภัยของอาหารและยืดอายุการเก็บ
• ใช้วัสดุเกรดอาหาร (Food-grade materials) และวัสดุที่ทำความสะอาดง่ายและไม่สะสมเชื้อโรค
• แบ่งโซนชัดเจน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม
• ใช้ประตูอัตโนมัติแบบความเร็วสูง ลดการสูญเสียความเย็น
• การจัดการพลังงาน:
• ใช้ระบบตรวจสอบอุณหภูมิ/แจ้งเตือนอัตโนมัติ
• ระบบ WMS + voice/scan picking เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและหยิบสินค้า
KPI : Pick rate (order/hr), OTIF, Complaints/returns, kWh/พาเลต
4. Pharma (ยาและเวชภัณฑ์)
ธุรกิจยาและเวชภัณฑ์คือผู้เล่นหน้าใหม่ที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดห้องเย็น โดยเฉพาะในยุคหลังโควิดที่ความต้องการ Cold Chain ในภาคสาธารณสุขพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน การจัดเก็บสินค้ากลุ่มนี้ต้องการความแม่นยำสูงสุดของอุณหภูมิ (ตั้งแต่ 2-8°C หรือต่ำกว่านั้น) เพื่อคงประสิทธิภาพของยา ซึ่งประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น Medical Hub ในภูมิภาค ทำให้ความต้องการยาและวัคซีนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึง แนวโน้มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและสัดส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น
ความท้าทาย (Pain Points)
มาตรฐานที่เข้มงวดของ Good Distribution Practice (GDP) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 ทำให้ผู้บริการต้องลงทุนในระบบสำรองไฟฟ้า เซ็นเซอร์ตรวจวัด และทีมงานเฝ้าระวัง 24/7 ส่งผลให้ต้นทุนดำเนินการค่อนข้างสูง และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ครอบคลุม ทำให้ต้องเร่งพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาคให้เพียงพอกับความต้องการ
ห้องเย็นสำหรับยาและเวชภัณฑ์
ฮับหลัก
• Metro ใกล้สนามบิน : สุวรรณภูมิ/ดอนเมือง (นนทบุรี–ปทุมฯ–สมุทรปราการ)
• EEC ใกล้ท่าเรือ/สนามบิน : ชลบุรี–ฉะเชิงเทรา–ระยอง
การลงทุน สร้างห้องเย็น ที่ตอบโจทย์ :
• การควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำและคงที่มากที่สุด (2°C ถึง 8°C หรือ -20°C)
• ระบบสำรองไฟฟ้าฉุกเฉิน
• ระบบตรวจสอบอุณหภูมิแบบ 24/7
• ระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ผ่านมือถือหรืออีเมล
• ระบบล็อกประตูแบบควบคุมการเข้า-ออก
• ใช้ระบบทำความเย็นแบบ Redundancy (ระบบสำรอง)
• ลงทุนในเครื่องทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูง (High EER/COP)
• ห้อง Qualified ทุกโซน
KPI : Excursion (ppm), Audit pass rate, CAPA lead time, kWh/พาเลต
ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมข้างต้นล้วนมีบทบาทขับเคลื่อนความต้องการห้องเย็นในไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรง การแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดห้องเย็นไทยนี้ คือแรงผลักดันให้เกิดนวัตกรรมอย่างไม่หยุดหยั้ง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี IOT ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิและติดตามสินค้าได้แบบเรียลไทม์ หรือระบบ Automated Storage and Retrieval System (ASRS) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและลดต้นทุน
.
ACR : Advance Cold Room ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านห้องเย็น ประสบการณ์มากกว่า 30 ปีทั้งในและต่างประเทศ เข้าใจและพร้อมนำเสนอโซลูชั่นที่ตรงจุดสำหรับแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อความเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดห้องเย็นที่กำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง
Powered by Froala Editor