มาตรฐานอุตสาหกรรม
มาตรฐานอุตสาหกรรม คือ มาตรฐาน หลักเกณฑ์ ข้อกำหนดในการผลิตสินค้าเพื่อให้ได้ความปลอดภัย และคุณภาพมากที่สุด สินค้าแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยา เเครื่องสำอาง ฯลฯ ต้องมีการรับรองมาตรฐานตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วงยงานที่เกี่ยวข้องได้วางไว้ เปรียบเสมือนเครื่องหมายการันตีว่าสินค้าที่ผลิตออกจากโรงงานนั้นปลอดภัยและได้มาตรฐานทุกชิ้น
ซึ่งมาตรฐานต่างๆ จะมีเครื่องหมายเพื่อแสดงการรับรองมาตรฐาน และความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ส่งผลต่อความเชือมั่นในผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย และคุณภาพ องค์การอนามัยโลกได้จังตั้งคณะกรรมการ Codex ขึ้น เพื่อออกคำแนะนำสำหรับการปฏิบัติที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ และมีการตรวจประเมินจากบริษัทภายนอกที่ได้รับอนุญาต หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ และแนวทางปฏิบัติ ถือว่าไม่ได้รับการรับรอง และไม่สามารถแสดงสัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมายที่ผลิตภัณฑ์ของตนได้
• 𝗜𝗦𝗢 𝟮𝟮𝟬𝟬𝟬 (𝗙𝗼𝗼𝗱 𝗦𝗮𝗳𝗲𝘁𝘆 𝗠𝗮𝗻𝗮𝗴𝗲𝗺𝗲𝗻𝘁 𝗦𝘆𝘀𝘁𝗲𝗺: 𝗙𝗦𝗠𝗦)
ระบบจัดการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ผู้ประกอบกิจการในอุตสาหกรรม อาหารและห่วงโซ่อาหาร เกี่ยวกับมาตรฐานข้อกำหนดของระบบการบริหารงานความปลอดภัยด้านอาหารในห่วงโซ่อาหาร เพื่อให้เป็นมาตรฐานกลางที่ครอบคลุมข้อกำหนดทุกมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ที่มีการบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้อุตสาหกรรม และธุรกิจในห่วงโซ่อาหารมีมาตรฐานเดียวกัน ทั้งในการดำเนินงาน และตรวจสอบ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล (Auditable standard) ซึ่งมาตรฐาน ISO 22000 จะครอบคลุมทั้งข้อกำหนดของ GMP, HACCP และข้อกำหนดสำหรับระบบการจัดการในองค์กร
• โปรแกรมพื้นฐานด้านสุขลักษณะ (𝗣𝗿𝗲-𝗿𝗲𝗾𝘂𝗶𝘀𝗶𝘁𝗲 𝗽𝗿𝗼𝗴𝗿𝗮𝗺) (𝗣𝗥𝗘𝘀)
𝗚𝗠𝗣 (𝗚𝗼𝗼𝗱 𝗠𝗮𝗻𝘂𝗳𝗮𝗰𝘁𝘂𝗿𝗶𝗻𝗴 𝗣𝗿𝗮𝗰𝘁𝗶𝗰𝗲)
หลักเกณฑ์การผลิตที่ดี เป็นการจัดการสภาพแวดล้อมของการผลิตให้สะอาด ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัยต่อการบริโภค เช่น การทำความสะอาด การควบคุมสุขลักษณะส่วนบุคคล เป็นต้น ซึ่ง อย ก็ใช้เรียกชื่อหลักเกณฑ์ในการควบคุมผู้ผลิตอาหารนี้ว่า GMP หรือวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณะสุข
𝗚𝗛𝗣 (𝗚𝗼𝗼𝗱 𝗛𝘆𝗴𝗶𝗲𝗻𝗲 𝗣𝗿𝗮𝗰𝘁𝗶𝗰𝗲𝘀)
หลักเกณฑ์สุขลักษณะที่ดี โดยมีแนวทางปฏิบัติงานก็เป็นหลักการเดียวกับ GMP ที่ Codex ใช้เป็นชื่อเรียกมาตรฐานจัดการด้านสุขลักษณะ ในการจัดการพื้นฐานสภาพแวดล้อม ในการผลิตให้ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บไ จนถึงการขนส่ง ซึ่งมีการเปลี่ยนมาจาก GMP เป็น GHPs เพื่อให้ครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมทุกประเภท
GMP กับ GHP ต่างกันเพียงชื่อเรียกเท่านั้น แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ มาตรฐานสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร ตลอดจนกระบวนการอื่นๆ จนถึงมือผู้บริโภค
• 𝗛𝗔𝗖𝗖𝗣 (𝗛𝗮𝘇𝗮𝗿𝗱 𝗔𝗻𝗮𝗹𝘆𝘀𝗶𝘀 𝗖𝗿𝗶𝘁𝗶𝗰𝗮𝗹 𝗖𝗼𝗻𝘁𝗿𝗼𝗹 𝗣𝗼𝗶𝗻𝘁)
คือระบบวิเคราะห์อันตรายอาหาร และจุดวิกฤติที่ต้องควบคุม โดยใช้เครื่องมือในการชี้เฉพาะเจาะจง ประเมิน และควบคุมอันตราย ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในผลิตภัณฑ์ เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางในระดับสากล ถึงประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ และถือเป็นการประกันความปลอดภัยของผู้บริโภค
ทั้ง GMP และ HACCP ต่างเป็นไปตามมาตรฐานสากล มีความน่าเชื่อถือสูง สามารถใช้มาตรฐานเหล่านี้ได้หลายอุตสาหกรรมทั้งโรงงานอาหาร โรงงานอาหารเสริม หรือโรงงานเครื่องสำอาง โดยที่มาตรฐาน GMP จะควบคุมการทำงานกว้างกว่า 𝗛𝗔𝗖𝗖𝗣 ไม่เพียงแค่การผลิต แต่รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม อย่างตำแหน่งที่ตั้ง สภาพอาคาร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ในขณะที่ระบบ 𝗛𝗔𝗖𝗖𝗣 จะควบคุมกระบวนการผลิตเป็นหลัก โดยเน้นไปที่ "สิ่งปนเปื้อนทางชีวภาพ สารเคมี และสิ่งแปลกปลอมทางกายภาพ" โดยการวิเคราะห์และหาจุดวิกฤตเพื่อดำเนินการควบคุม ไม่ให้เกิดอันตรายระหว่างกระบวนการ อุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและใหญ่จำเป็นที่จะต้องมีมาตรฐาน 𝗚𝗠𝗣 𝗛𝗔𝗖𝗖𝗣 และ 𝗜𝗦𝗢 𝟮𝟮𝟬𝟬𝟬 เพราะมีความสำคัญที่จะเป็นการการันตีว่าได้มาตรฐานและใส่ใจต่อสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย
• 𝗚𝗗𝗣 (𝗚𝗼𝗼𝗱 𝗗𝗶𝘀𝘁𝗿𝗶𝗯𝘂𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗣𝗿𝗮𝗰𝘁𝗶𝗰𝗲)
หรือ 𝗚𝗦𝗗𝗣 (𝗚𝗼𝗼𝗱 𝗦𝘁𝗼𝗿𝗮𝗴𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗗𝗶𝘀𝘁𝗿𝗶𝗯𝘂𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗣𝗿𝗮𝗰𝘁𝗶𝗰𝗲𝘀) ที่เป็นการจัดระบบ การจัดเก็บ การขนส่งยาของมาตรฐานของ WHO (องค์การอนามัยโลก) โดยเป็นหลักเกณฑ์ในการกระจายยา มุ่งเน้นไปที่การรับรองคุณภาพและความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ยาตั้งแต่กระบวนการผลิต นำเข้า ขนส่ง สถานที่จำหน่าย หรือ ทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน GDP จึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมยา ด้านคุณภาพและแนวปฏิบัติที่ดีในห่วงโซ่อุปทานด้านการกระจายผลิตภัณฑ์ยาทั้งหมด
• 𝗚𝗙𝗦𝗜 (𝗧𝗵𝗲 𝗚𝗹𝗼𝗯𝗮𝗹 𝗙𝗼𝗼𝗱 𝗦𝗮𝗳𝗲𝘁𝘆 𝗜𝗻𝗶𝘁𝗶𝗮𝘁𝗶𝘃𝗲)
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร ทั้งภาคธุรกิจ รัฐ ตัวแทน ฯลฯ ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยทำการเปรียบเทียบระบบเพื่อลดภาระความซ้ำซ้อนของมาตรฐานในแต่ละประเทศในเรื่องของการนำเข้า โดยแบ่งมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับตามกลุ่มผลิตภัณฑ์
ทุกโรงงานอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีการตรวจรับรองมาตรฐานต่างๆ ตามที่รัฐบาลกำหนด โดยห้องเย็น หรือคลังสินค้า จะถูกกำหนดข้อบังคับตามประเภทของสินค้า จากหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.), สมาคมผู้แปรรูปอาหารไทย (TFPA) หรือสมาคมเครื่องทำความเย็นไทย เป็นต้น
คลังสินค้า และห้องเย็น นับว่ามีความสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นประโยชน์ทั้งในการ ใช้เป็นแหลงสำรองสินค้า ขยายเงินทุน ไปจนถึงพัฒนาระบบตลาดการค้าระดับประเทศ ในการรักษาเสถียรภาพของคุณภาพ และระดับราคาสินค้า ก่อนกระจายสู่ผู้บริโภคทั่วโลก จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินกิจการให้ได้มาตรฐานตามกฎระเบียบ และกฎหมายที่รองรับ หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษทั้งทางการปกครอง และโทษทางอาญา
𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗹𝗱 𝗥𝗼𝗼𝗺 (𝗔𝗖𝗥) เราให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านห้องเย็น ประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ทั้งในและต่างประเทศ ในทุกอุตสาหกรรม มาตรฐานสากล ซึ่งสามารถประเมินข้อกำหนดเฉพาะให้สอดคล้องกับความต้องการ ต้นทุน และความปลอดภัยได้
Line id : @advancecool
Email : info@advancecoldroom.com
Powered by Froala Editor