4 กระบวนการตรวจสอบและกำหนดสำหรับการเลือกเครื่องทำความเย็น
ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น การเลือกเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสมกับอุปกรณ์และงานระบายความร้อนเป็นสิ่งสำคัญ ในการเลือกเครื่องทำความเย็น หรือ Chiller ที่เหมาะสมที่สุด มีขั้นตอนพิจารณาขณะตรวจสอบสภาพการทำงาน เพื่อเลือกเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสมกับอุปกรณ์มากที่สุด
การเลือก Chiller ขั้นตอนที่ 1 : ระบุอุณหภูมิน้ำหมุนเวียน (Specify circulated water temperature)
อุณหภูมิของน้ำหมุนเวียนจะกำหนดจากอุณหภูมิที่เหมาะสมของชิ้นงาน (อุปกรณ์หรือกระบวนการที่ต้องทำให้เย็นลงโดยเครื่องทำความเย็น)
○ กำหนดอุณหภูมิที่เหมาะสมของการทำชิ้นงานให้เย็นลง
○ กำหนดอุณหภูมิของน้ำหมุนเวียน
การเลือก Chiller ขั้นตอนที่ 2 : กำหนดตำแหน่งการติดตั้ง [กลางแจ้ง/ในอาคาร] และวิธีการทำความเย็น [การระบายความร้อนด้วยอากาศ/การระบายความร้อนด้วยน้ำ]
ตัดสินใจว่าจะติดตั้งอุปกรณ์ภายนอกอาคารหรือในอาคาร และวิธีการทำความเย็นควรเป็นแบบระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-Cooled Chiller) หรือระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-Cooled Chiller)
○ การติดตั้งภายนอกอาคาร เหมาะสำหรับ
• หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงความร้อนที่ระบายออกภายในอาคาร (สำหรับระบายความร้อนด้วยอากาศ)
• หากต้องการหลีกเลี่ยงอากาศภายในอาคาร (สำหรับระบายความร้อนด้วยอากาศ)
• หากไม่มีพื้นที่ให้ติดตั้งภายในอาคาร
○ การติดตั้งภายในร่ม เหมาะสำหรับ
• หากต้องการชิลเลอร์ใกล้โรงงาน
• หากคุณต้องการลดการสูญเสียแรงดัน และลดต้นทุนท่อ
• หากคุณต้องการลดชั่วโมงการติดตั้ง
○ การระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-Cooled Chiller) เป็นการทำให้น้ำหมุนเวียนโดยการแลกเปลี่ยนความร้อนกับน้ำหล่อเย็น เหมาะสำหรับ
• เมื่อสามารถจัดการหาน้ำหล่อเย็น เช่นน้ำประปา น้ำบาดาล หอหล่อเย็น ฯลฯ ได้
• เมื่อไอเสียและความร้อนเหลือทิ้งกลายเป็นปัญหา
○ ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Air-Cooled Chiller) เป็นการทำให้น้ำหมุนเวียนโดยการแลกเปลี่ยนความร้อนกับอากาศภายนอก เหมาะสำหรับ
• เมื่อไม่สามารถหาสถานที่สำหรับจัดการน้ำหล่อเย็นได้
• เมื่อมีไอเสียและความร้อนทิ้งเนื่องจากการระบายความร้อนด้วยอากาศไม่มาก
การเลือก Chiller ขั้นตอนที่ 3 : ระบุความสามารถในการทำความเย็น (Specify cooling capacity)
○ คำนวณความจุที่จำเป็นสำหรับการระบายความร้อนจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในชิ้นงาน, อัตราการไหล และความแตกต่างของอุณหภูมิของน้ำหมุนเวียน เป็นต้น
วิธีการกำหนดความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องทำความเย็น สามารถทำได้โดยคำนวน Calorific calculation method โดยเมื่อเลือกความจุของเครื่องทำความเย็น (1) ค่าความร้อนของโหลดความร้อน < (2) ความจุความเย็นของเครื่องทำความเย็น และการตรวจสอบความจุของเครื่องทำความเย็น อุณหภูมิของน้ำหมุนเวียน (อุณหภูมิที่ตั้งไว้ของเครื่องทำความเย็น) อุณหภูมิแวดล้อม (สำหรับการระบายความร้อนด้วยอากาศ) และอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น (สำหรับการระบายความร้อนด้วยน้ำ)
การเลือก Chiller ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจสอบความสูงระยะยกสูงสุด หรือความจุของปั๊ม (Check the required lifting height or pump capacity)
ระยะยกสูงสุดที่ต้องการ (ความจุของปั๊มในการส่งน้ำหมุนเวียน) จะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของท่อที่ต้องการ เช่นความยาวท่อ, เส้นผ่านศูนย์กลางท่อ, ข้อต่อ และจำนวนโค้ง และตรวจสอบว่าความจุปั๊มของเครื่องทำความเย็นที่เลือกเพียงพอหรือไม่ สามารถทำได้โดยการคำนวนระยะยกสูงสุด (lifting height)
วิธีคำนวนระยะยกสูงสุด (lifting height)
กำลังของปั๊มที่ต้องการหมุนเวียนน้ำหล่อเย็นสามารถทราบได้ด้วย ระยะยกสูงสุด ความสูงจะแตกต่างกันไปตามสภาพของท่อที่เชื่อมต่อเครื่องทำความเย็นกับโหลดของอุปกรณ์
1) กำหนดความยาวของท่อ หรือความยาวของท่อจากเครื่องทำความเย็นไปยังอุปกรณ์
2) แปลงความต้านทานของข้อต่อเป็นความยาวท่อตรงและเพิ่มเข้ากับความยาวของท่อ
3) คำนวนการสูญเสียหัวน้ำ หรือ Head loss จากอัตราการไหลและเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ แล้วคูณด้วยความยาวท่อทั้งหมดในขั้นตอนที่ 2
4) เพิ่มความสูงที่เพิ่มขึ้นจากเครื่องทำความเย็นไปยังอุปกรณ์เพื่อคำนวณระยะยกสูงสุด
การเลือก Chiller ขั้นตอนที่ 5 : เลือกปั๊มที่ตรงกับความสูงที่ได้จากการคำนวนขั้นตอนที่ 4
การเลือกชิลเลอร์ หรือเครื่องทำความเย็นให้ตรงกับความต้องการ รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ อาจแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรม และความต้องการ
𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆 (𝗔𝗖𝗧) ให้บริการโซลูชั่นการออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมบำรุงระบบทำความเย็นแบบครบวงจร รวมงานติดตั้งเครื่องและอุปกรณ์สำหรับชิลเลอร์ทั้งระบบแบบ Turn Key เป็นระยะเวลายาวนานให้แก่บริษัทชั้นนำ