ชิลเลอร์จะทำงานช่วยขจัดความร้อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อเลือกขนาด หรือเลือกประเภทการใช้งานได้อย่างเหมาะสม ชิลเลอร์จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็น ได้เร็ว และเสถียรในการผลิต และลดการทรัพยากรและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องได้อย่างดี เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมแต่ละแห่งแตกต่างกันไป วันนี้เรามีขั้นตอนแนะนำและข้อพิจารณาต่างๆ เพื่อช่วยคุณเลือกชิลเลอร์ (Chiller) ที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ
A. ข้อพิจารณาพื้นฐานที่ควรคำนึงถึงเมื่อเลือกระบบทำความเย็น หรือเลือกซื้อชิลเลอร์ใหม่ของระบบทำความเย็น

1. ขนาด
ขนาดเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกซื้อชิลเลอร์ หรือเครื่องทำความเย็น การเลือกเครื่องทำความเย็นที่มีขนาดถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องการชิลเลอร์ขนาดไหน ? เครื่องทำความเย็นหรือชิลเลอร์สำหรับอุตสาหกรรมมีหลายขนาด ตั้งแต่ ¼ ตันไปจนถึงหลายพันตัน วิศวกรหรือผู้ออกแบบระบบ จะคำนวณขนาดเครื่องทำความเย็น หรือชิลเลอร์ เพื่อกำหนดขนาดเครื่องทำความเย็นที่คุณต้องการสำหรับการใช้งานที่เหมาะสม นี่คือบางตัวอย่างขนาดเครื่องทำความเย็น หรือชิลเลอร์ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
• ชิลเลอร์สำหรับใช้ทางการแพทย์ : ชิลเลอร์ขนาด 7 ½ ตันและ 5 ตัน หรือชิลเลอร์ขนาด 12 ½ และ 15 ตัน สำหรับการเดินระบบทำความเย็นของอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายเครื่องพร้อมกัน
• ชิลเลอร์สำหรับโรงบ่มไวน์ : โดยทั่วไปแล้ว ชิลเลอร์แบบระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 2 ตันก็เพียงพอสำหรับการใช้งานในโรงบ่มไวน์ทั่วไป
• เครื่องตัดด้วยแรงดันน้ำ (Water Jet Cutting)* : ชิลเลอร์ขนาดทั่วไปคือ 2 และ 3 ตัน
• Hydroponic Chillers : ชิลเลอร์ขนาดโดยทั่วไปมีตั้งแต่ 1.5 ถึง 100 ตัน เป็นต้น
(*Water Jet Cutting คือ เทคโนโลยีการตัดด้วยความเย็น ช่วยให้สามารถแยกโลหะและวัสดุอื่น ๆ ออกจากกันได้ด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูง เพื่อจุดประสงค์นี้จะใช้น้ำที่ผ่านการบำบัดเป็นพิเศษ หรือ ผสมสารกัดกร่อนที่มีทรายเป็นส่วนผสม)
ข้อมูลข้างต้นอิงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมทั่วไปเท่านั้น หลายอุตสาหกรรมมีความซับซ้อนทางการทำความเย็นมากกว่านี้ 𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆 ผู้ผลิตชิลเลอร์ สามารถออกแบบและสร้างยูนิตแบบกำหนดเองได้แทบทุกขนาด สามารถปรึกษา หรือขอแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเราในการคำนวนขนาดชิลเลอร์เพื่อเลือกซื้อชิลเลอร์ ให้ได้เหมาะสมและคุ้มค่ากับธุรกิจของคุณได้มากที่สุด ได้ที่ > Line id : @advancecool
2. Application หรือการใช้งาน
ชิลเลอร์มีการใช้งานที่หลากหลายสำหรับอุตสาหกรรมทุกประเภท ตัวอย่างเช่น
- ใช้สำหรับการใช้งานทางการแพทย์ เช่น การฉายรังสี ห้องปฏิบัติการ รวมไปถึงการทำความเย็นในการรักษาตัวอย่าง ยา วัคซีน ฯลฯ
- ชิลเลอร์สำหรับการแปรรูปอาหาร รองรับการใช้งานที่หลากหลายในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเบเกอรี่ นม โยเกิร์ต โรงกลั่นไวน์ โรงเบียร์ เครื่องทำความเย็นนม
- ชิลเลอร์สำหรับอุตสาหกรรมงานโลหะ และผลิตวัสดุอื่นๆ ชิลเลอร์จะเป็นประโยชน์สำหรับการทาสีและการเคลือบ การชุบอโนไดซ์ การหล่อเย็นแม่พิมพ์ การหล่อเย็นเตาหลอม การระบายความร้อนด้วยความเย็น ฯล
- ชิลเลอร์ในโรงงานแปรรูปเคมี ใช้การหล่อเย็นเย็นเพื่อป้องกันการระเบิด เช่น โรงงานเคมีโรงงานถ่านหิน โรงกลั่นน้ำมันและก๊าซ และสภาพแวดล้อมการทำงานอื่นๆ ที่ทำปฏิกิริยากับก๊าซและไอระเหยที่ติดไฟได้
3. ประเภทชิลเลอร์
เราสามารถแบ่งประเภทของเครื่องทำความเย็น หรือชิลเลอร์ได้หลายประเภท เช่น ชิลเลอร์แบบระบายความร้อนด้วยอากาศ, ชิลเลอร์แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ, Portable Chillers หรือ Central Chillers อ่านบทความประเภทของชิลเลอร์และการใช้งานได้ ที่นี่
4. ราคา
ชิลเลอร์อุตสาหกรรมมีราคาหลากหลาย ขึ้นอยู่กับขนาด และประเภทของชิลเลอร์ นอกจากจะเลือกความเหมาะสมและความคุ้มค่าในการใช้งานแล้ว ยังต้องดูไปถึงการลดต้นทุนด้วยการประหยัดพลังงาน เพื่อความคุ้มค่าระยะยาวอีกด้วย
B. ขั้นตอนทางด้านเทคนิคพื้นฐานที่ควรคำนึงถึงเมื่อเลือกระบบทำความเย็น หรือเลือกซื้อชิลเลอร์ใหม่ของระบบทำความเย็น
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดภาระความร้อน (𝗗𝗲𝘁𝗲𝗿𝗺𝗶𝗻𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗛𝗲𝗮𝘁 𝗟𝗼𝗮𝗱)
สิ่งสำคัญคือต้องกำหนดภาระความร้อนในการใช้งาน ภาระความร้อนคือการวัดปริมาณความร้อนที่ต้องการต่อชั่วโมงเพื่อให้ความร้อนในพื้นที่ที่กำหนดและเพื่อรักษาอุณหภูมิที่ต้องการ เพื่อให้แน่ใจว่าชิลเลอร์ หรือเครื่องทำความเย็นมีขนาดใหญ่ หรือกำลังที่เพียงพอสำหรับการใช้งานที่ต้องการ มีหลายวิธีในการพิจารณาหรือคำนวนปัจจัยภาระความร้อน (BTU) ซึ่งการทำความเข้าใจกระบวนการนี้จำเป็นต่อการเลือกชิลเลอร์ที่เหมาะสมเป็นอย่างมาก
หากเลือกชิลเลอร์ขนาดเล็กเกินไปสำหรับพื้นที่ จะทำให้เครื่องทำงานหนัก และใช้พลังงานจำนวนมากเกินไปในกระบวนการ ในทางตรงกันข้ามถ้าชิลเลอร์มีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับพื้นที่ อาจจะสร้างพลังงานที่สูญเปล่าซึ่งจะเพิ่มค่าใช้จ่าย และต้นทุนที่เกินความจำเป็น ภาระความร้อน นอกจากเป็นปัจจัยการเลือกชิลเลอร์แล้ว ยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับระบบปรับอากาศ และทำความเย็นในเครื่องมืออื่นๆ เพื่อประเมินความยั่งยืนของอุตสาหกรรมในอนาคตอีกด้วย
ขั้นตอนที่ 2: กำหนดประเภทน้ำหล่อเย็น อุณหภูมิ และอัตราการไหล (𝗗𝗲𝘁𝗲𝗿𝗺𝗶𝗻𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹𝗮𝗻𝘁 𝗧𝘆𝗽𝗲, 𝗧𝗲𝗺𝗽𝗲𝗿𝗮𝘁𝘂𝗿𝗲 & 𝗙𝗹𝗼𝘄 𝗥𝗮𝘁𝗲)
หลังจากทราบภาระความร้อน (Heat Load) ขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดสารหล่อเย็น อุณหภูมิที่ต้องการ และอัตราการไหล ที่เครื่องทำความเย็น หรือ Chiller ต้องให้แก่กระบวนการ กำหนดโดยวิธีการถ่ายเทความร้อนจากกระบวนการไปยังสารหล่อเย็น และชนิดของสารหล่อเย็นที่ใช้
ขั้นตอนที่ 3: ระบุสภาพแวดล้อมในการติดตั้งชิลเลอร์ (𝗜𝗱𝗲𝗻𝘁𝗶𝗳𝘆 𝗜𝗻𝘀𝘁𝗮𝗹𝗹𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗘𝗻𝘃𝗶𝗿𝗼𝗻𝗺𝗲𝗻𝘁)
ชิลเลอร์ (Chiller) หรือเครื่องทำความเย็นจะถูกติดตั้งในที่ใด ? ตัวอย่างเช่น การใช้งานในอาคารที่มีอุณหภูมิสูงและ มีสิ่งปนเปื้อนมาก ในขณะที่การติดตั้งภายนอกอาคาร ชิลเลอร์จะสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิแวดล้อมตามสภาวะสภาพอากาศ ทั้งต่ำและสูง ซึ่งส่งผลต่อการเลือกขนาดของชิลเลอร์ หรือเครื่องทำความเย็น และพิจารณาถึงอุปกรณ์เสริมที่ต้องใช้ควบคู่กันไปด้วย เช่น ตัวกรองอากาศ, heaters เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 4: กราฟแสดงประสิทธิภาพของชิลเลอร์ (𝗖𝗵𝗶𝗹𝗹𝗲𝗿 𝗽𝗲𝗿𝗳𝗼𝗿𝗺𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗰𝘂𝗿𝘃𝗲𝘀)
กราฟแสดงประสิทธิภาพของชิลเลอร์ หรือเครื่องทำความเย็น เป็นข้อพิจารณาการเลือกรุ่นชิลเลอร์ที่ตรงตามความต้องการ โดยพิจารณาจากอุณหภูมิการจ่ายน้ำเย็นและอุณหภูมิอากาศแวดล้อมสูงสุดที่คาดไว้ รวมไปถึงด้านความปลอดภัยของการใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดของการเลือกสรรชิลเลอร์ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
ขั้นตอนที่ 5: กราฟประสิทธิภาพของปั๊มสูบน้ำ (𝗣𝘂𝗺𝗽 𝗽𝗲𝗿𝗳𝗼𝗿𝗺𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗰𝘂𝗿𝘃𝗲𝘀)
กราฟแสดงประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ จะทำให้เราแน่ใจว่าปั๊มจะให้แรงดันเพียงพอที่อัตราการไหลของการออกแบบเพื่อตอบสนองการใช้งาน
ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวบางระบบจะมีเส้นทางการไหลของน้ำหล่อเย็นที่เล็กกว่า หรือใช้ระยะทางที่ไกลกว่า ซึ่งอาจมีการสูญเสียแรงดันที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย
ขั้นตอนที่ 6: การคัดเลือกขั้นสุดท้าย (𝗙𝗶𝗻𝗮𝗹 𝗦𝗲𝗹𝗲𝗰𝘁𝗶𝗼𝗻)
สุดท้าย ให้พิจารณาว่าข้อกำหนดในการใช้งานอื่นๆ เช่น คุณลักษณะด้านกำลัง, footprint, แบรนด์ผู้นำเข้า, ผู้ผลิตชิลเลอร์ การให้บริการหลังการขาย อะไหล่ รวมถึงวัสดุประกอบ ฯลฯ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของระบบทำความเย็นตามมาตรฐานที่เลือกไว้ การเลือกเครื่องทำความเย็นหรือชิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานจะทำให้ระบบการทำความเย็นในอาคาร หรืออุตสาหกรรมของคุณ มีประสิทธิภาพสูงสุด คุ้มค่าต่อการใช้งาน และประหยัดพลังงานได้ดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (𝗤&𝗔)
ก่อนที่ลูกค้าจะเลือกซื้อชิลเลอร์ นี่คือตัวอย่างคำถามเบื้องต้นที่เราสามารถสอบถามกับผู้ผลิต ผู้ออกแบบ และติดตั้งชิลเลอร์ เช่น การรับประกัน บริการหรือ Service หลังการขายหากชิลเลอร์มีปัญหา, มีอุปกรณ์เสริม อะไหล่ และเครื่องมือสำหรับชิลเลอร์หรือไม่ ? การจัดส่ง ระยะเวลาการติดตั้ง รวมไปถึงชื่อเสียง ประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือของบริษัท เป็นต้น
𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆 (𝗔𝗖𝗧) ขอเสนอ Chillers, Package Chiller, ชิลเลอร์ขนาดกลาง จนถึง Screw Chiller โดยมีหลายขนาด รองรับการใช้งานได้หลากหลายอุตสาหกรรม ติดตั้ง และดูแลรักษาง่าย มีส่วนควบคุมด้วยระบบ BAS หรือ IOT เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันของคุณสำหรับกระบวนการทำความเย็น สามารถรับคำปรึกษาการเลือกที่เหมาะสมกับระบบทำความเย็นของคุณ ด้วยตัวเลือกอุปกรณ์มากมาย ที่จะช่วยให้ระบบทำความเย็นของคุณทำงานได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพ ตรงตามข้อกำหนดการใช้งานเฉพาะ ติดต่อทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่
𝗔𝗖𝗧 𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆 𝗹 𝗪𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗰𝘁𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝗯𝗲 𝗮 𝗽𝗿𝗼𝗳𝗲𝘀𝘀𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗹𝗲𝗮𝗱𝗲𝗿 𝗶𝗻 𝗱𝗲𝘀𝗶𝗴𝗻𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗻𝗱 𝘀𝗲𝗿𝘃𝗶𝗰𝗶𝗻𝗴 𝗰𝗼𝗼𝗹𝗶𝗻𝗴 𝘀𝘆𝘀𝘁𝗲𝗺𝘀
Line id : @advancecool
Email : info@advance-cool.com
Powered by Froala Editor