เพราะอากาศที่บริสุทธิ์ คือ พื้นฐานของสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี หลายอาคารใหญ่ รวมไปถึงที่พักอาศัยเริ่มมีการคำนึงถึง Indoor Air Quality (IAQ) มากยิ่งขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นอาคารใหญ่ หรือบ้านเรือนทั่วไป ต้องการการระบายอากาศที่ดี
อาคารที่กำลัง ’หายใจ’ ในทุกวันนี้ ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร บ้านเรือนต่างๆ ถูกสร้างขึ้นด้วยมาตรฐานความหนาแน่นของอากาศที่สูงขึ้นมาก ระบบระบายอากาศด้วยกลไก หรือการแลกเปลี่ยนการระบายอากาศจึงมีความจำเป็นต่อการรักษาคุณภาพอากาศภายในอาคาร เพื่อให้ออกซิเจนแก่ผู้อาศัยที่เพียงพอ และเพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อนที่ออกมาจากร่างกายมนุษย์ หรือสารเคมีจากตัวอาคาร เช่นฟอร์มาลดีไฮด์จากวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะในยุคที่มีโรคติดต่อจากระบบทางเดินหายใจ หรือขจัดความชื้นที่จะส่งผลต่อตัวอาคาร
ปัจจุบันมีตัวเลือกตอบสนองความต้องการในการสร้างอากาศบริสุทธิ์ และประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้นอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมชาติ ให้อากาศถ่ายเทด้วยตัวเอง หรือระบบแลกเปลี่ยนการระบายอากาศประสิทธิภาพสูงด้วยระบบ 𝗛𝗥𝗩 (𝗛𝗲𝗮𝘁 𝗥𝗲𝗰𝗼𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗩𝗲𝗻𝘁𝗶𝗹𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻) และ 𝗘𝗥𝗩 (𝗘𝗻𝗲𝗿𝗴𝘆 𝗥𝗲𝗰𝗼𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗩𝗲𝗻𝘁𝗶𝗹𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻)
ประโยชน์ที่สำคัญจากการทำงานของ ERV/HRV คือการเพิ่มอากาศบริสุทธิ์และสะอาดเข้าสู่ระบบ โดยจะดึงอากาศจากภายนอกเข้ามาสู่ระบบปรับบอากาศภายใน โดยผ่านการกรองอากาศที่มีมาตรฐานสูงกว่าเครื่องกรองอากาศทั่วไป เพื่อกำจัดฝุ่นหลายขนาดไปจนถึง PM 2.5 รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ก่อนที่จะนำอากาศที่สะอาดกลับเข้าสู่ระบบอากาศภายในอาคารที่มีปริมาณออกซิเจนเพิ่มขึ้นด้วยกลับเข้ามาด้วย
ERV และ HRV จึงทำหน้าที่เสมือนปอดของมนุษย์ ที่คอยทำหน้าที่ฟอกอากาศ รวมถึงการกรองอากาศเสีย โดยนำอากาศที่มี O2 หรืออ็อกซิเจนเข้า พร้อมแลกเปลี่ยนเอา CO2 หรือ คาร์บอนไดอ็อกไซต์ออกจากร่างกายการทำงานของ ERV/HRV ยังมีระบบประหยัดพลังงานอย่าง Heat recovery function ช่วยในเรื่องประหยัดพลังงาน และทำพลังงานหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด
บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่าง HRV และ ERV เพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกสรรสิ่งที่ตรงตามความต้องการของทุกท่านครับ
ERV กับ HRV ต่างกันอย่างไร และจะเลือกอะไรดี ?
หากแปลตามตัว ERV หรือ Energy Recovery Ventilation คือเครื่องระบายอากาศเพื่อการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ ส่วน HRV Heat Recovery Ventilation คือเครื่องระบายอากาศเพื่อนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ ตัวเลือกที่ดีที่สุดระหว่าง HRV และ ERV ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความต้องการเฉพาะของอาคาร โดยดูจากระดับความชื้นในอาคาร HRV และ ERV มีระบบการทำงานคล้ายคลึงกันเพราะทั้งคู่ช่วยแลกเปลี่ยน และถ่ายเทอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่อาคาร ในขณะที่นำพลังงานกลับมาใช้ใหม่จากอากาศที่ระบายออก
โดย ERV จะสามารถถ่ายโอนความชื้นที่ส่งออก หรือเข้ามาจากการระบายออกได้ในแต่ละช่วงของฤดูกาล สามารถทำงานได้ในทุกสภาพอากาศ เหมาะสำหรับเขตร้อนชื้นอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างประเทศไทย
โดยเฉพาะบริเวณที่มีอากาศร้อนในฤดูร้อน ซึ่งมีการใช้เครื่องปรับอากาศเกือบตลอดทั้งปี เพราะ ERV หรือ Energy Recovery Ventilation สามารถลดความชื้นเฉพาะทาง เพื่อลดภาระในระบบปรับอากาศได้
นอกจากนี้ในฤดูร้อน ERV ยังใช้ความแห้งของอากาศเสียที่ปรับอากาศในอาคาร เพื่อลดความชื้นของอากาศภายนอกที่ร้อนชื้น อาคารจะมีความชื้นน้อยกว่า เมื่อระบายอากาศด้วยระบบ ERV เมื่อเปรียบเทียบกับระบบ HRV ในทางกลับกัน Heat Recovery ventilators หรือ HRV เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพอากาศที่หนาวเย็น อย่างประเทศในเขตหนาวเช่น แคนาดา ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความร้อน หรือความอบอุ่นในอาคารเกือบตลอดทั้งปี
อย่างไรก็ตาม ไม่มีทางเลือกเดียวที่ดีที่สุด ระบบ ERV และ HRV ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ไลฟ์สไตล์ การใช้งานของอาคารของคุณ ทั้งระบบ HRV และ ERV จำเป็นต้องได้รับการตั้งค่าโดยผู้เชี่ยวชาญงานระบบปรับอากาศเพื่อสร้างสมดุลของกระแสลมเข้าและออก อย่างมีมาตรฐานและปลอดภัยที่สุด เพราะสำคัญที่สุด ของการติดตั้งระบบปรับอากาศ คืออากาศที่คุณและคนที่คุณรักต้องหายใจเข้าไปทุกวันครับ
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังต้องการสร้างหรือปรับปรุงอาคารเพื่อรองรับการระบายอากาศ และรองรับการประหยัดพลังงาน สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบอากาศของเรา ด้วยโซลูชั่นที่ช่วยสร้างคุณภาพอากาศที่ดีภายในอาคารและประหยัดพลังงาน 𝗔𝗖𝗧 𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆 สามารถแนะนำผลิตภัณฑ์มากมายที่จะช่วยให้ระบบทำความเย็นของคุณทำงานได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพ
รับคำปรึกษาจากวิศวกรมืออาชีพเฉพาะทางได้ที่
Line id : @advancecool
Email : info@advance-cool.com
Powered by Froala Editor